หัตถการความงาม โบท็อกกับฟิลเลอร์คืออะไร ข้อดี ข้อเสีย
โบท็อกซ์ (Botox) เป็นชื่อทางการค้าของสารโบทูลินัมท็อกซิน เอ (Botulinum toxin type A) ซึ่งเป็นสารพิษที่ได้จากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) โบท็อกซ์ถูกนำมาใช้ในวงการเสริมความงาม โดยฉีดเข้าไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเกิดการคลายตัว ช่วยลดริ้วรอย รอยย่น และปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลง
กลไกการทำงาน
โบท็อกซ์ทำงานโดยการยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทที่ชื่อว่าอะซิทิลโคลีน (Acetylcholine) อะซิทิลโคลีนทำหน้าที่ส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อ โบท็อก/ฟิลเลอร์ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อโบท็อกซ์ยับยั้งการทำงานของอะซิทิลโคลีน กล้ามเนื้อก็จะเกิดการคลายตัว ส่งผลให้ริ้วรอยและรอยย่นลดลง
ข้อดี
ช่วยลดริ้วรอย รอยย่น ร่องลึก
ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลง
ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
ปลอดภัย
ข้อเสีย
อาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ตาบวม ตาแห้ง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ด้วยโบท็อกซ์ โบท็อกซ์สามารถช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ บนใบหน้าได้ดังนี้
ริ้วรอยและรอยย่น เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว รอยตีนกา รอยย่นบริเวณหางตา
ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลง เช่น ฉีดโบท็อกซ์กราม ทำให้กรามเล็กลง ฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก ทำให้หน้าผากเรียบเนียน
อื่นๆ เช่น รักษาไมเกรน รักษาไหล่เกร็ง รักษาเท้าหย่อน
ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์
ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที โดยแพทย์จะทำการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปบริเวณกล้ามเนื้อที่ต้องการแก้ไข โดยใช้เข็มขนาดเล็ก ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยขณะฉีด แต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีอาการเจ็บปวดมากนัก
ผลลัพธ์
ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์จะเริ่มเห็นผลได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ และจะเห็นผลเต็มที่ภายใน 4-6 สัปดาห์ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ข้อควรระวัง
ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์
หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่อาจทำให้ใบหน้าได้รับบาดเจ็บหรือเกิดการอักเสบในช่วง 2-3 วันหลังการฉีด
ดูแลผิวหน้าอย่างอ่อนโยนในช่วง 2-3 วันหลังการฉีด
หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วง 2-3 วันหลังการฉีด
ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายในการฉีดโบท็อกซ์ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการฉีดและปริมาณโบท็อกซ์ที่ใช้ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-30,000 บาท
ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็ม เช่น กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic acid) หรือไขมันตัวเอง ที่ถูกฉีดเข้าไปเติมเต็มบริเวณร่องลึก รอยย่น ผิวหย่อนคล้อย หรือบริเวณที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูอวบอิ่ม
ชนิดของฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่ใช้เติมเต็ม ดังนี้
กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic acid) เป็นสารเติมเต็มชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีลักษณะคล้ายกับสารที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติ จึงมีความปลอดภัยสูงและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ไขมันตัวเอง เป็นสารเติมเต็มที่ทำมาจากไขมันของผู้ป่วยเอง โดยแพทย์จะทำการดูดไขมันจากบริเวณที่ต้องการ แล้วนำมาฉีดเติมเต็ม
สารอื่นๆ เช่น แคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Calcium hydroxylapatite) โพลีเมอไรซ์ (Polymers)
กลไกการทำงาน
ฟิลเลอร์ทำงานโดยการเติมเต็มช่องว่างบริเวณร่องลึก รอยย่น ผิวหย่อนคล้อย หรือบริเวณที่ต้องการปรับรูปหน้า ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีความเรียบเนียนขึ้น
ข้อดี
ช่วยลดริ้วรอย รอยย่น ร่องลึก
เติมเต็มบริเวณที่หย่อนคล้อย
ปรับรูปหน้าให้ดูอวบอิ่ม
ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน
ปลอดภัย
ข้อเสีย
อาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น บวม แดง เขียว ระคายเคือง ปวด ตึงบริเวณที่ฉีด
ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ด้วยฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์สามารถช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ บนใบหน้าได้ดังนี้
ริ้วรอยและรอยย่น เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว รอยตีนกา รอยย่นบริเวณหางตา
ร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องจมูก ร่องแก้ม
ผิวหย่อนคล้อย เช่น แก้มหย่อนคล้อย คางหย่อนคล้อย
ปรับรูปหน้า เช่น ฉีดฟิลเลอร์คาง ทำให้คางยาวขึ้น ฉีดฟิลเลอร์แก้ม ทำให้แก้มเต็มขึ้น
ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์
ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที โดยแพทย์จะทำการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณที่ต้องการแก้ไข โดยใช้เข็มขนาดเล็ก ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยขณะฉีด แต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีอาการเจ็บปวดมากนัก
ผลลัพธ์
ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์จะเริ่มเห็นผลได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ และจะเห็นผลเต็มที่ภายใน 4-6 สัปดาห์ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ข้อควรระวัง
ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์
หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่อาจทำให้ใบหน้าได้รับบาดเจ็บหรือเกิดการอักเสบในช่วง 2-3 วันหลังการฉีด
ดูแลผิวหน้าอย่างอ่อนโยนในช่วง 2-3 วันหลังการฉีด
หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วง 2-3 วันหลังการฉีด
ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายในการฉีดฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการฉีดและปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-50,000 บาท
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น